วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552

Happiness: การแสดงออกถึงความรื่นเริงยินดี

วันนี้ผมจะเข้าเนื้อหาที่เป็นคุณธรรมที่ผมต้องการเพราะเมล็ดลงในดวงใจน้อย ๆ ของเด็ก ๆ ครับ อย่างที่ผมเกริ่นไว้ในบันทึก่อน ๆ ว่า เราจะหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งคุณธรรม ๒๐ ประการให้แก่เด็ก ๆ ซึ่งประกอบด้วย "ความเคารพ" เป็นจุดเริ่มต้นและ "ความสุข" เป็นจุดหมายปลายทาง

สัปดาห์ก่อน ผมเริ่มกิจกรรมกับเด็ก ๆ ด้วยการให้เด็ก ๆ รู้จักจุดหมายปลายทางที่เขาจะไปก่อนคือ "ความสุข" ผมให้เด็ก ๆ ดูคำศัพท์ภาษาอังกฤษ แล้วก็ให้ออกเสียง และเช่นเคยครับ ผมบอกเด็ก ๆ ว่า "ไม่ต้องจำนะลูก ครูไม่ได้ออกข้อสอบความจำ แต่ครูให้พวกเราทุกคนไปฝึกแสดงออกถึงความรื่นเริงยินดีในทุก ๆ โอกาส" เด็ก ๆ ยิ้มอย่างงง ๆ แต่ก็ยังแสดงออกถึงความสนใจใคร่รู้

"ใครรู้บ้าง ความสุขเกิดขึ้นเมื่อไร" เด็ก ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แต่ก็มีคนหนึ่งพยายามตอบว่า "เมื่อเราได้เล่นเกมครับ" น้องคนหนึ่งตอบ (ขอสงวนนามครับในกรณีที่น้อง ๆ ตอบคำถามในเชิงลบ) ผมถามน้องต่อไปว่า "จริงหรือ เวลาเราเล่นอย่างเดียวนาน ๆ เรารู้สึกเบื่อใช่ไหม" เด็ก ๆ เริ่มใช้ความคิด แล้วเริ่มเห็นพยักหน้าว่า "เบื่อจริง ๆ ด้วยครับครู" ผมจึงอธิบายให้เด็ก ๆ ฟังว่า "ความสุขไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อเราได้ในสิ่งที่ต้องการหรอก แต่ความสุขจะเกิดขึ้นเมื่อเราต้องการในสิ่งที่เราได้" ผมยกตัวอย่างต่อไปว่า "แรก ๆ เมื่อเราได้เสื้อใหม่ ๆ เรามีความสุขใช่ไหม พอเราใส่ไปนาน ๆ เราก็ไม่มีความสุข เพราะเราเบื่อมันแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่า ความสุขจะเกิดขึ้นเมื่อเราพอใจกับสิ่งที่เราได้ หรือที่ครูกล่าวว่า ต้องการในสิ่งที่ได้นั่นเอง"

ผมไม่แน่ใจว่าเด็กเข้าใจหรือเปล่า แต่ผมก็ได้ฝึกบทเรียนให้กับน้อง "บีม" อายุ ๑๑ ปี นักเรียนชั้น ป.๕ โดยการชักชวนเดินเล่นในขณะที่ผมกำลังเดิน "จงกรม" อยู่ น้องบีมเดินมาถามว่า "ครูทำอะไร" "ครูเดินเล่นลูก" ผมตอบ "จะเดินเล่นกับครูไหม" "เดินครับ" น้องบีมพยักหน้า ผมไม่อธิบายอะไรมากได้แต่บอกว่า "ไม่พูดนะ แล้วลองเดินไปเรื่อย ๆ" เดินไปได้สักสิบนาที น้องบีมบอกว่า "เบื่อแล้วครับ" ผมอธิบายว่า "ตอนนี้เราเข้าใจสิ่งที่ครูพูดเมื่อเช้าชัดเจนแล้วหรือยัง" "ชัดแล้วครับ" "ดีแล้ว ทีนี้เราอยากรู้ไหมว่าจะทำอย่างไรให้หายเบื่อ ครูมีวิที่ง่ายกว่าการหนีไปเล่น หรือไปทำอย่างอย่างอื่น" "อยากรู้ครับ" ผมบอกน้องบีมว่า "ลองสังเกตดูความเบื่อสิ มันเกิดขึ้นตรงไหน มันเป็นอย่างไร" น้องบีมทำตามไปสักพัก แล้วผมก็ถามต่อไปว่า "ความเบื่อมันโตขึ้น หรือมันเล็กลงหละ" "เล็กลงครับ" ผมได้แต่พยักหน้า แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ

สัปดาห์ที่แล้วผมได้เรียนรู้หลายอย่างมากครับ และที่สำคัญ ผมให้น้อง ๆ ฝึกแสดงออกถึงความรื่นเริงยินดี โดยผมเปิดรูปจาก "สื่อ" ให้ดู แล้วให้เด็ก ๆ แสดงสีหน้าท่าทางให้เหมือนรูปแล้วผผมก็บันทึกภาพไว้เพื่อเก็บไว้ให้แกดูในสัปดาห์ต่อไป มีน้องคนหนึ่งแสดงออกถึงความรื่นเริงยืนดีได้แจ่มใสมาก ผมขออนุญาตเก็บชื่อไว้ก่อนนะครับ น้องเขาอายุ ๘ ขวบครับ อยู่ชั้น ป.๒ โรงเรียนวัดป่ายางนี่เอง ลองดูรูปนี้ แล้วบอกเล่าความรู้สึกได้นะครับ

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ดาวดวงน้อยเริ่มประกายแสง

เ สาร์อาทิตย์นี้ (27-28 ธันวาคม 51) ผมจัดกระบวนการเรียนรู้ตามปกติ ในครั้งนี้ ผมเริ่มปลูกฝังคุณธรรมสำหรับเด็กเป็นครั้งแรก เราพูดคุยกันถึงความสุขพร้อมกับให้เด็กรู้จักคำว่าความสุขในภาษาอังกฤษ "happiness" ผมให้คำอธิบายเป็นภาษาไทยว่า "การแสดงออกถึงความรื่นเริงยินดี"

ก่อนหน้าที่ผมจะนำเด็ก ๆ เข้าสู่กิจกรรมในช่วงเช้า เด็ก ๆ ได้นำไหว้พระตามปกติ หลังจากนั้น ผมให้น้อง ๆ "ฝึกวิชาตาทิพย์" (คำนี้เป็นเป็นภาษาสำหรับเด็ก เพราะผมไม่ต้องการใช้คำว่า ฝึกสมาธิ เพราะไม่ต้องการให้เด็กติดกับดักกับความคิดเก่าที่เชื่อมตาม ๆ กันมา) ผมบอกเด็ก ๆ ว่า

"เราจะฝึกวิชาตาทิพย์กัน ให้ลูก ๆ นั่งวางมือไว้ที่หน้าขา แล้วหลับตาลง แล้วสังเกตตัวเองสักหนึ่งนาที" ในวันเสาร์ หลังจากฝึกเสร็จ ผมถามน้อง ๆ ว่า "ลูกเอาจุดไหนของร่างกายเป็นจุดสังเกต" ทุกคนส่วนหัวครับ ผมจึงอธิบายให้น้อง ๆ ทราบว่า "ถูกต้องแล้วลูก ครั้งแรก ทุกคนจะไม่รู้ว่าจะสังเกตจุดไหน เป็นเรื่องปกติ ทุกคนไม่ต้องกังวล วันพรุ่งนี้เราค่อยฝึกกันใหม่"

ในวันอาทิตย์ ผมพาน้อง ๆ ฝึกวิชาตาทิพย์เหมือนเดิม แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น มีน้องคนหนึ่งจับจุดสังเกตร่างกายของตัวเองได้ "น้องชมพู่" อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนวัดดอนยาง น้องชมพู่ตอบหลังจากผมถามคำถามเดิมว่า "เราสังเกตจุดไหนของร่างกายลูก" น้องชมพู่ตอบว่า "ลมหายใจค่ะ" "ลมหายใจมันเป็นอย่างไรเหรอลูก" "มันเป็นสีเทา ๆ ไหลเข้าไหลออกจากร่างกายเราค่ะ"

ผมฟังแล้วขนลุกเลยครับ ผมสัมผัสได้ถึงการพูดความจริงของเด็ก ผมดีใจอย่างบอกไม่ถูกครับ  ผมเห็นดอกไม้เล็ก ๆ เริ่มผลิบาน  นี่เองครับความสุขที่เงินซื้อไม่ได้ ผมจึงเริ่มเข้าใจคนที่ทำงานเพื่อคนอื่นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนืื่อย

ครั้งต่อไป คงจะมีเรื่องดี ๆ มาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551

การเชื่อมโยงคุณธรรม ๒๐ ประการ


สืบเนื่องจากบันทึกที่แล้ว แผนภูมิต้นไม้นี้จะทำให้ท่านผู้เข้าเข้าใจได้แจ่มแจ้งยิ่งขึ้นครับ

แนวทางการฝึกการใช้ชีวิตและอยู่ร่วมกันสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี

เพื่อให้พ่อแม่และครูฝึกการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข “แผนภูมิต้นไม้” ในหน้าถัดไปจะช่วยอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างคุณธรรม 20 ประการนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังจะกล่าวต่อไป (ดูแผนภูมิในหน้าถัดไปประกอบคำอธิบาย)
· คุณธรรมหลัก คือ “ความเคารพ” จากการศึกษาพบว่าคุณธรรมข้อนี้สำคัญมาก สามารถแยกออกไปได้อีกหลายคุณธรรม จนไปบรรจบกับสันติภาพ
· “ความอดทน” “ความอุตสาหะ” และ “ความรอบคอบ” คุณธรรมทั้งสามข้อนี้จะช่วยส่งเสริมในเรื่องความสมดุล ความมั่นคง และความประนีประนอม ถ้าขาดทั้งสามข้อนี้จะทำให้คุณธรรมในส่วนอื่นขัดแย้งกัน เป็นคุณธรรมที่ช่วยเสริมคุณธรรมอื่น ๆ
· “ความเคารพ” รวมกันกับ “มารยาท” จะทำให้เกิดเป็นแนวทางมาตรฐานของคุณธรรม และเมื่อรวมกับ “ความรับผิดชอบ” และ “การจัดระเบียบ” ที่เหมาะสม ก็จะทำให้พัฒนาไปสู่สันติภาพได้
· “ความจริงใจ” จะทำให้เกิด “ความไว้วางใจ” เมื่อมีความไว้วางใจทั้งต่อตัวเองและคนอื่น ก็จะทำให้เกิด “การสื่อสาร” ซึ่งนำไปสู่ “ความใจกว้าง” และ “ความคิดสร้างสรรค์” สิ่งที่เกิดจากคุณธรรมทั้งสองข้อสุดท้ายนี้ก็จะนำไปสู่ “ความร่วมมือ” และ “สันติภาพ”
· กิ่งต่อมาเป็นกิ่งที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความรู้สึก ประกอบด้วย “ความเห็นอกเห็นใจ” ซึ่งก่อให้เกิด “ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่” อันนำไปสู่การเกิด “มิตรภาพ” และในที่สุดก็จะเกิด “สันติภาพ”
· อีกกิ่งหนึ่งเป็นกิ่งที่เชื่อมโยงคุณธรรมเรื่อง “เสรีภาพ” ร่วมกับ “ความยุติธรรม” ซึ่งนำไปสู่ “สันติภาพ”สุดท้ายกิ่งก้านต่าง ๆ จะไปบรรจบกันที่ “สันติภาพ” และนำไปสู่ “ความสุข” ในที่สุด

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ก้าวแรก "โรงเรียนชีวีเป็นสุข"

โรงเรียนชีวีเป็นสุข มีขึ้นที่วัดป่ายาง หมู่ 4 ต. ท่างิ้ว อ. เมือง จ. นครศรีธรรมราช เปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมานี้

การก่อเกิดโรงเรียนนี้ เป็นการเดินทางมาพบกันอย่างลงตัวระหว่าง ผู้ที่มีความฝันแต่ยังขาดคนดำเนินการ กับคนที่ต้องการทำแต่ขาดผู้สนับสนุน ท่านสุวรรณ คเวสโก กับผม เป็นบุคคลสองคนที่ว่านั้น

ชั้นเรียนแรกที่เราเปิด เป็นการทำกิจกรรมกับเยาชน เป้าหมายก็เป็นไปตามชื่อโรงเรียนคือ "ความสุข" ของเราเป็นโรงเรียนแท้ ไม่ใช่ "โรงสอน" อย่างที่ทำกันอยู่ในโรงเรียนส่วนใหญ่ที่สร้างเด็กเข้าสู่ระบบการแข่งขันเพื่อป้อนระบบเศรษฐกิจกระแสหลัก

กิจกรรมที่ผมชวนเด็ก ๆ ทำ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กเดินทางไปสู่ความสำเร็จ และความสุข เมื่อ;

ความสำเร็จ คือ ได้ในสิ่งที่ต้องการ
ความสุข คือ ต้องการในสิ่งที่ได้

โอกาสหน้าจะได้มาเล่าสู่กันฟังครับ